อานิสงส์การถวายยารักษาโรค | จะเป็นผู้มีโรคน้อย มีอาพาธน้อย ไปทุกภพทุกชาติ

“ผู้ใดได้ถวายเภสัชแก่เราตถาคต บุคคลนั้นจักรื่นเริงในสุคติโลกสวรรค์เป็นเวลาแสนมหากัป เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ จะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้ครองทวีปทั้งสี่  ๑,๐๐๐ ชาติ และไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเทวดา  ก็จะเป็นผู้มีโรคน้อย มีอาพาธน้อย ไปทุกภพทุกชาติ”

“พระพากุละเถระ” ท่านเกิดมาพร้อมกับรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ  คุณสมบัติ  สมบัติทั้ง ๓ อย่างนี้มีพร้อมอยู่ในตัวท่าน เพราะท่านได้สั่งสมบุญไว้มาก  โดยเฉพาะท่านได้ทำบุญพิเศษที่แตกต่างจากคนอื่นๆ คือ ได้ถวายเภสัชเป็นทานมาหลายภพหลายชาติ เกิดมาในภพชาตินี้ ท่านจึงเป็นผู้ไม่เคยเจ็บป่วย และมีอายุยืนถึง ๑๖๐ ปี

    ประวัติย่อๆ ของท่านคือ ในอดีตกาล นับย้อนเวลา ๑ อสงไขยกับแสนมหากัป  ในสมัยของพระอโนมทัสสีพุทธเจ้า  ครั้งนั้นท่านเป็นฤๅษีผู้มีฤทธิ์มาก  เหาะเหินเดินอากาศได้  วันหนึ่ง พระอโนมทัสสีพุทธเจ้าทรงแสวงหาที่หลีกเร้น  ได้เสด็จมาถึงอาศรมของท่านฤๅษี  เมื่อฤๅษีได้เห็นพระพุทธองค์ ก็รีบกระวีกระวาดเข้าไปต้อนรับด้วยความเคารพเลื่อมใส และเกิดปีติโสมนัสว่า เรามีบุญได้พบเห็นพระพุทธเจ้าผู้เลิศในโลก  ได้พบผู้มีบุญบารมี  ดีใจเหมือนได้แก้วบรมจักรพรรดิ  จิตใจร่าเริงเหมือนปลาในหนองน้ำที่แห้งขอด กระโดดขึ้นรับน้ำฝนที่ตกลงมาจากท้องฟ้าฉันใด ฉันนั้น

    ขณะเดียวกันนั้นเอง พระผู้มีพระภาคเจ้าเกิดอาพาธด้วยโรคลม  ฤๅษีจึงเหาะไปหายาในป่า แล้วนำมาปรุงถวาย ครั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสวยโอสถแล้ว  โรคลมในพระอุทรก็หายไปทันที  ท่านฤๅษีดีใจมาก ได้อธิษฐานจิตว่า “ด้วยอานิสงส์ที่ได้ถวายโอสถครั้งนี้ ขอให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อย่าได้มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน”  

    พระผู้มีพระภาคเจ้ารู้วาระจิตของท่านฤๅษี จึงพยากรณ์ว่า “ผู้ใดได้ถวายเภสัชแก่เราตถาคต บุคคลนั้นจักรื่นเริงในสุคติโลกสวรรค์เป็นเวลาแสนมหากัป เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ จะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้ครองทวีปทั้งสี่  ๑,๐๐๐ ชาติ และไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเทวดา  ก็จะเป็นผู้มีโรคน้อย มีอาพาธน้อย ไปทุกภพทุกชาติ”

    พระฤๅษีได้ฟังดังนั้น ยิ่งเกิดความปีติเพิ่มอีกร้อยเท่าพันทวี เมื่อละจากโลกนี้ ได้ไปเกิดในสุคติสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติเป็นเวลานานมาก  ครั้นกลับมาเกิดในสมัยของพระปทุมุตตรพุทธเจ้า ท่านได้เป็นลูกชายของมหาเศรษฐี  เมื่อเห็นพระพุทธองค์ทรงตั้งภิกษุรูปหนึ่งไว้ในตำแหน่งผู้เลิศทางเป็นผู้มีอาพาธน้อย  จึงตั้งความปรารถนาจะได้ตำแหน่งนั้นบ้าง ท่านได้ตั้งใจสั่งสมบุญ ถวายยาเป็นทานพร้อมด้วยจตุปัจจัยไทยธรรมมากมาย  เมื่อไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ บุญส่งผลให้ท่านเป็นเทวดาผู้มีอายุยืนมาก

    ครั้นกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง ท่านได้พบพระวิปัสสีพุทธเจ้า จึงได้ออกบวชเป็นฤๅษีอีก  ท่านได้เข้าไปฟังธรรมจากพระพุทธองค์ เมื่อเห็นภิกษุสงฆ์อาพาธเป็นไข้ป่า ท่านก็หายามาดูแลรักษาจนทุกรูปหายป่วยเป็นปกติ  เมื่อจุติจากอัตภาพนั้น ท่านได้ไปเกิดในสุคติภูมิ ท่องเที่ยวอยู่ในมนุษยโลกและเทวโลก ในกัปที่ ๙๑ ไม่เคยพลัดตกไปในอบายภูมิเลย

    มาในยุคสมัยของพระกัสสปะพุทธเจ้า ท่านเกิดเป็นลูกมหาเศรษฐีผู้ใจบุญ ได้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดเก่าๆ ที่ใกล้จะร้าง รวมทั้งก่อสร้างพระอุโบสถ ปรุงยาถวายพระสงฆ์ให้มีสุขภาพแข็งแรง  ท่านสร้างกุศลตลอดชีวิต ทุกลมหายใจเป็นบุญกุศลตลอดเวลา เป็นต้นแบบของนักสร้างบารมี ที่ควรจะดูไว้เป็นแบบอย่าง เพราะต้นแบบที่ดีคือคำสอนที่ดีที่สุด  เมื่อละจากโลก ท่านได้ไปสู่สุคติโลกสวรรค์และมนุษย์โลก สิ้น ๑ พุทธันดร  

    จากนั้น ท่านได้มาเกิดอีกในชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย  โดยถือกำเนิดในตระกูลมหาเศรษฐีเมืองโกสัมพี  ตอนเล็กๆ ขณะที่พี่เลี้ยงพาไปอาบน้ำที่แม่น้ำยมุนา เพื่อความไม่มีโรค เผอิญหลุดจากมือของพี่เลี้ยงลงไปในแม่น้ำ ท่านถูกปลาตัวใหญ่ฮุบไป  ถ้าเป็นเด็กอื่นคงสิ้นใจในท้องปลาไปแล้ว แต่เพราะเป็นเด็กมีบุญ  คนมีบุญแม้มีภัย บุญก็จะรักษาให้ปลอดภัย  ปลาตัวนั้นก็ไปติดเบ็ดของชาวประมง  ภรรยาของเศรษฐีในเมืองพาราณสีได้รับซื้อปลาไว้  เมื่อผ่าท้องปลาออก เห็นเด็กทารกนอนอยู่ในท้องปลา จึงเกิดความรัก และได้เลี้ยงดูอย่างดีเหมือนลูกแท้ๆ ของตนเอง  

    แม่จริงของเด็กซึ่งอยู่อีกเมืองหนึ่ง  เมื่อรู้ข่าวว่าลูกของตนยังไม่ตาย  ก็มาทวงลูกคืน แต่ตกลงกันไม่ได้ ฝ่ายหนึ่งเป็นแม่ผู้ให้กำเนิด อีกฝ่ายเป็นแม่ผู้เลี้ยงดู  พระราชาจึงตัดสินยกเด็กให้เป็นลูกของทั้งสองตระกูล  เมื่อท่านเติบโตขึ้นอยู่ครองเรือนทั้งสองตระกูล  ท่านมีสมบัติมากมาย  เพราะพ่อแม่ทั้งสองตระกูลต่างเป็นมหาเศรษฐีประจำเมือง  

    เนื่องจากท่านเป็นผู้มีบุญมาก จึงได้ครอบครองสมบัติมากมาย เป็นเจ้าของโลกียทรัพย์ ทั้งสมบัติของมนุษย์และสมบัติในสวรรค์ ก็เคยครอบครองมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน  ท่านจึงปรารถนาโลกุตตรสมบัติซึ่งเป็นอริยทรัพย์อันประเสริฐ  เมื่ออายุได้ ๘๐ ปี ท่านออกบวชเป็นพระภิกษุ  บวชได้เพียง ๗ วันเท่านั้น ก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์  ท่านเป็นพระภิกษุที่อายุยืนที่สุดในสมัยนั้น คือ ๑๖๐ ปี  ตลอดชีวิตไม่เคยเจ็บป่วย  ไม่ต้องให้ใครมาช่วยพยุง ท่านยังได้รับตำแหน่งเอตทัคคะทางด้านผู้มีอาพาธน้อยอีกด้วย

Tagged : / / / / /